ควรทำประกันตั้งแต่อายุเท่าไหร่

เกร็ดความรู้ดีๆ จาก  ประกันภัยรถยนต์ โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  รถยนต์มือสอง ตลาดรถ รับฝากขายรถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!

หมดสมัยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับความคิดที่ว่าการทำประกันนั้นมันก็เพียงเพื่อการคุ้มครองชีวิตเราเท่านั้น เพราะว่าทุกวันนี้การทำประกันนั้นมันได้ประโยชน์อย่างมากมายหลากหลายเด้ง ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองชีวิต, เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ยามเจ็บป่วย, เป็นการออมทรัพย์ไปในตัว อยู่ที่ว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์นั้นๆ จะปันผลคืนให้อย่างไร รวมไปถึงยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย สำหรับคนวัยทำงาน และบริษัทประกันในสมัยนี้ก็มีมากมายหลาย จากส่วนแบ่งการตลาดจนทำให้ส้มหล่นใส่ผู้บริโภคเต็มๆ ที่ตอนนี้ส่วนใหญ่มักจะไม่ต้องตอบแบบสอบถามหรือตรวจสุขภาพให้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

 

การทำประกันชีวิตในสมัยนี้นั้น ส่วนใหญ่จะมีจุดขายมุ่งเน้นไปที่การออมเป็นหลักแต่เมื่อการประกันผันตัวเองให้เป็นการออมทรัพย์ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็โดนใจผู้บริโภคไม่น้อยที่ไม่ต้องมาตาละห้อยคอยรับดอกเบี้ยออมทรัพย์อันกระจิ๊ดริด หรือต่อให้ฝากประจำหรือออมทรัพย์แบบพิเศษ ก็ไม่น่าจะดีไปกว่าการเลือกออมทรัพย์ ด้วยการทำประกันที่ได้ทั้งประกันชีวิต และสุขภาพตลอดจนลดหย่อนภาษีได้อีก

เมื่อเรามองการประกันนั้น เป็นการออมชนิดหนึ่งแล้วนั้น มันจึงควรทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากหากทำเร็วก็จะเป็นการออมเงินของเราได้เร็วขึ้น และที่สำคัญนั้นก็คือการเริ่มทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย หรือว่าเริ่มเข้าสู่วัยทำงานนั้น มันจะได้เบี้ยประกันที่ถูกกว่าคนที่มีอายุมากกว่าหรือว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เบี้ยประกันก็จะเพิ่มเป็นเงาตามอายุนั่นเอง แถมยังเป็นการสร้างวินัยในการออมที่ดีตั้งแต่ที่เริ่มต้นทำงาน

สำหรับการประกันนั้นสมัยนี้ สามารถที่จะทำประกันให้กับลูกสุดที่รักได้ตั้งแต่ช่วงที่กำลังตั้งครรภ์กันเลยทีเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้วค่าเฉลี่ยของผู้ที่ทำประกันนั้นมันอยู่ที่อายุ 18 – 60 ปี และอยู่ที่แต่ละคนว่าจะเลือกประกันในแบบไหน ให้เหมาะสมกับอายุของตนเองในช่วงนั้นๆ หากจะให้ว่ากันง่ายๆ เลยนั้น การทำประกันควรทำตั้งแต่วัยแรกเกิดได้ก็เป็นเรื่องที่ดีเอามากๆ เพราะว่าหลักการประกันนั้นก็คือการแบกรับความเสี่ยงภัย ที่อยู่คู่กับเราตั้งแต่แรกเกิด ขณะเดียวกันการทำประกัน ก็อาจขึ้นอยู่ที่ความพร้อมในการจ่ายเบี้ยประกันของแต่ละคน หรือว่าพร้อมที่จะมอบของขวัญอันสุดพิเศษ ด้วยการทำประกันให้กับคุณปู่, คุณย่า, คุณตา, คุณยาย, คุณพ่อ และคุณแม่ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณท่านนั้น มันก็ช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นให้ภายในครอบครัวไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

กรมธรรม์ประกันชีวิต ดีกว่าการออมเงินในรูปแบบการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีฝากประจำจริงหรือเปล่า

 

moneypig

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยพบเจอหรือถูกยื่นข้อเสนอส่วนใหญ่ที่เข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์ นั่นก็คือ การเสนอแผนการออมเงินในรูปแบบใหม่ที่แฝงไปด้วยเงื่อนไขที่เมื่อศึกษาในรายละเอียดอย่างครบถ้วนแล้วจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นมันก็เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างหนึ่งนี่เอง

แล้วทำไมตัวแทนขายเขาถึงนำเสนอว่ามันเป็นรูปแบบการออมเงินอีกประเภทหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนเทียบเท่าหรือดีกว่าการออมเงินในรูปแบบการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีฝากประจำมันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า มันดีกว่าอย่างไร

ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ก่อนอื่นเราต้องรู้วัตถุประสงค์ของตัวเราเองก่อนว่าต้องการอะไร ศึกษาในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่ามีเงื่อนไขการฝากและถอนเงินอย่างไร อย่างเช่น ถ้าเป็นในรูปแบบของการฝากเงินกับทางธนาคารจะสามารถถอนได้ทันทีตามความประสงค์เมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าเป็นการออมเงินพร้อมกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น หากได้เอกสารสิทธิเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ใช่สมุดบัญชีเงินฝากแบบนี้ จะถอนเงินตามจำนวนที่ฝากไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะการประกันชีวิตเป็นการออมเงินแบบบังคับออม คือ หาก ยังไม่ครบกำหนดสัญญาประกันชีวิต จะไม่ได้รับเงินเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปแล้วคืน จะถอนเงินแบบฝากธนาคารไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะครบอายุสัญญา เช่น 10 ปี หรือ 15 ปี เป็นต้น

ลำดับต่อมาการฝากเงินกับธนาคารไม่ว่าจะเป็นฝากประจำหรือฝากแบบไหนก็ตาม จำนวน เงินต้นยังคงไม่สูญหายไปไหนแม้จะหยุดฝากและได้ผลตอบแทนตามอัตราดอกเบี้ยที่ฝาก แต่ถ้าเป็นการประกันชีวิตจะต้องฝากต่อเนื่องทุกปีตามสัญญาประกันชีวิตจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาที่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยไปแล้วก็ไม่อาจที่จะเรียกหรือถอนคืนได้

ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่า การทำประกันชีวิตนั้นก็จัดว่าเป็นการออมเงินอีกรูปแบบหนึ่งแต่จะมีเงื่อนไขแตกต่างกับการฝากเงินกับทางธนาคารซึ่งข้อดีของรูปแบบประกันชีวิต คือ การที่ชำระเบี้ยประกันชีวิตไปแล้วแม้เพียงเริ่มสัญญาจะมีความคุ้มครองตามจำนวนเงินที่เอาประกันภัยไว้ทันที หากเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจะได้รับจำนวนเงินตามความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย หรือเมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินตามทุนประกันภัยที่กำหนดอาจมีเงินปันผล มีการซื้อความคุ้มครองประกันสุขภาพ

ทั้งนี้จะเป็นการบังคับให้ออมเงินซึ่งไม่อาจจะถอนได้หรือจะได้รับเงินคืนจนกว่าจะครบสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อาจจะออมเงินได้ ต้องมีการบังคับออม แต่คนที่จะทำประกันชีวิตต้องถามตัวเองก่อนว่า การซื้อประกันชีวิตจำนวนเงินคุ้มครองเท่าใด จึงจะสามารถส่งชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดอายุสัญญา 10 ปี หรือ 20 ปี หากส่งไม่ได้ผลตอบแทนย่อมไม่เป็นไปตามสัญญาประกันภัยอย่างแน่นอน ซึ่งมีหลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้และต้องสูญเงินต้นของตัวเองไปกับระบบการออมเงินในรูปแบบนี้เป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ถึงเงื่อนไขแห่งสัญญาหรือถูกตัวแทนของธนาคารชักจูงให้ไปทำเพราะความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการฝากเงินแบบพิเศษ

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้ประกาศแผนพัฒนาธุรกิจประกันภัยฉบับที่ 2 โดยในแผนมีการวางนโยบายผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยเข้าสู่ระบบการออมผ่านระบบประกันชีวิต ที่เรียกว่าไมโครอินชัวรันซ์ มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องประกันและการออมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การวางแผนออมเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญแต่รูปแบบการออมเงินก็สำคัญไม่แพ้กว่ากัน จึงควรต้องประเมินศักยภาพของตัวเองและเทียบเคียงกับข้อดีและข้อเสียของรูปแบบการออมเงินแต่ละประเภท มิฉะนั้นจากการออมเงินจะเป็นถูกอมเงินโดยไม่รู้ตัว

นางสาวนภภัสสร สอนคม

สำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ที่มา : dailynews.co.th/

ประชาสัมพันธ์โดย ที่ปรึกษาประกันภัยรถยนต์ แหล่งรวมโปรโมชั่นประกันรถยนต์Q4Car ตลาดรถ แหล่งรถยนต์มือสอง รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี

 

บทเรียนการเงินของ”จอห์น วิญญู”

B1CA6
     “วิญญู วงศ์สุรวัฒน์” หรือ “จอห์น” เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเป็นไอดอลของวัยรุ่นที่เป็นคนกล้าคิดกล้าสร้างสรรค์อะไรแปลกใหม่ออกมานำเสนอรายการโทรทัศน์ทางเน็ต I-HereTV และรายการที่โด่งดังมาก คือ เจาะข่าวตื้น ที่นำเอาเนื้อหาการเมือง สังคม หรือวัฒนธรรม ที่กำลังเป็นที่สนใจนำเสนอในแนวเสียดสีหรือสร้างอารมณ์ขันจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ความเป็นคนหนุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องการทำงานมาตั้งแต่เด็ก เพราะเริ่มถ่ายโฆษณา ถ่ายมิวสิกวิดีโอตั้งแต่อายุ 14-15 ปี จนถึงวันนี้เข้าสู่วัย 28 ปี ทำให้มีข้อเรียนรู้การผิดพลาดจากการใช้ชีวิตและการบริหารเงินมาถ่ายทอดให้กับนิสิตนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในโครงการ SET Young Generation 2013 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เด็กในวัยเรียนได้เห็นตัวอย่างการมี การใช้ การออม และรู้จักการบริหารเงินว่าเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ Continue reading

การใช้เบี้ยประกันชีวิต เพื่อหักลดหย่อนภาษี

variable-universal-life-insurance

     คุณรู้หรือไม่…ว่าเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้ สูงถึง 100,000* บาทแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกรมสรรพากร
เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับคุณในการใช้สิทธินี้อย่างถูกต้อง มาดูรายละเอียดกันดีกว่าว่ากรมสรรพากรวางเงื่อนไขในการใช้สิทธิดังกล่าวไว้อย่างไรบ้าง
1.ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
2.ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสม (ไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์)
3.เบี้ยประกันชีวิตที่นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ ต้องเป็นเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักเท่านั้น
4.เบี้ยประกันชีวิตสำหรับสัญญาเพิ่มเติม (เช่น อุบัติเหตุ/สุขภาพ เป็นต้น) ไม่สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้
*ครม. อนุมัติ เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจากการซื้อประกันชีวิต
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2553 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมไม่เกิน 100,000 บาท เป็นไม่เกิน 300,000 บาท โดยจำนวนค่าเบี้ยประกันภัยในวงเงินส่วนที่เพิ่มขึ้น 200,000 บาท นี้ เฉพาะสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญเท่านั้น ซึ่งค่าเบี้ยประกันในส่วนนี้จะต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทต่างๆ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ กฎเกณฑ์ดังกล่าวคาดว่าจะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2553 ที่ต้องยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ในช่วง มีนาคม 2554 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งจะต้องรอการประกาศของสรรพากรอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยเราจะนำรายละเอียดมาแจ้งให้ทราบต่อไป

 

รายละเอียดเพิ่มเติม  กฎเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้
(ฉบับที่ 172)

ที่มา : rd.go.th

ด้วยความปราถนา จาก ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ 
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ Q4Car  ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี!!!!

 

ประกันชีวิตดีอย่างไร

lifeeeee

   เชื่อว่าหลายๆท่านคงยังไม่รู้จักประกันชีวิตมากพอ คนส่วนมากมักคิดว่าประกันชีวิตทำไปทำไม ตายแล้วถึงจะได้เงิน ไม่เห็นจะคุ้มเลย ตายไปตัวเองก็ไม่ได้ใช้ …. และอื่นๆอีกมากมายที่เคยได้ยินกันมา วันนี้ผมขอบอกเล่าเรื่องของประกันชีวิตให้ท่านได้รู้จักและเข้าใจมันมากขึ้น อย่างที่มันเป็นจริงๆ ไม่ใช่แค่เขาเล่าว่า… เพราะหากใช้มันอย่างถูกวิธี ก็จะเกิดคุณค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยหลักๆแล้วประกันชีวิตแบ่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ๆด้วยกันคือ Continue reading

สร้างหลักประกันการศึกษาเพื่ออนาคตลูก

การวางแผนการศึกษาลูกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ เพราะถือเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ให้ลูก สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข 

news_img_509998_1

“ลูก” คือสิ่งที่เติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อนาคตที่ดีของลูกขึ้นอยู่กับความพร้อมของครอบครัวในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมเลี้ยงดู การให้ความรัก ความอบอุ่น และการให้การศึกษาในระดับต่างๆ ที่ เหมาะสม

ดังนั้นการวางแผนการศึกษาลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ทั้งหลาย เพราะถือเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ให้ลูกเติบใหญ่ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จในอนาคต

4 ขั้นตอน วางแผนการศึกษาเพื่อลูก

ขั้นที่ 1 เลือกแนวทางการศึกษา

สถานศึกษาในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ซึ่งมีจุดเด่นด้านการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ หรือการส่งไปเรียนต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากการค้นหาข้อมูลสถานศึกษา หลักสูตร สภาพแวดล้อมและความสะดวกในการเดินทาง โดยพ่อแม่ควรเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการและสถานภาพทางการเงินของครอบครัว

ขั้นที่ 2 ประมาณการค่าใช้จ่าย

พ่อแม่ควรประมาณค่าใช้จ่ายตลอดทั้งหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเสื้อผ้า เป็นต้น เพื่อช่วยให้สามารถออมเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของลูก

ขั้นที่ 3 วางแผนเก็บออมเงิน

บางครอบครัว มักมองข้ามการออมเงินเพื่อการศึกษาลูก เพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลาจ่ายค่าเทอมค่อยนำเงินเก็บที่มีไปจ่าย ซึ่งวิธีนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เพราะหากเงินออมไม่เพียงพอ หรือคนในครอบครัวประสบเหตุไม่คาดฝัน มีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบต่อแผนการศึกษาของลูก

ดังนั้น ควรวางแผนการออมเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยอาจเลือกทยอยออมเงินในแต่ละระดับชั้นการศึกษา เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระที่หนักเกินไป และการเลือกการออมเงินไว้ในบัญชีเงินฝากเพียงอย่างเดียว จะทำให้พ่อแม่มีภาระที่ต้องเก็บเงินจำนวนมากต่อเดือน เพราะเงินฝากให้ผลตอบแทนต่ำ ดังนั้นจึงควรเลือกกระจายการลงทุนทั้งในเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น และกองทุนรวม เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น

ตัวอย่างการวางแผนการออม

ปัจจุบัน ลูกอายุ 3 ปี เริ่มวางแผนการออมสำหรับระดับประถมในโรงเรียนเอกชน จนจบปริญญาโท แบบทยอยออม โดยมีการประมาณการค่าเทอมปรับเพิ่มขึ้นปีละ 5% และนำเงินออมไปลงทุนในกองทุนรวมผสมที่ได้รับผลตอบแทน 5% ต่อปี

เมื่อจะเริ่มต้นเรียนประถมวันแรก ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะต้องมีเงินเก็บประมาณ 240,000 บาท ณ วันนี้ต้องเก็บเงินให้ได้ปีละ 76,130 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้น เมื่อลูกเข้าเรียนชั้นประถม ก็ทำการเก็บเงินให้เพียงพอกับค่าเทอมในระดับมัธยมต่อไป โดยจะต้องเก็บเงินปีละ 176,421 บาท เป็นระยะเวลา 6 ปี ทำการเก็บเงินแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกจะเริ่มเรียนในระดับปริญญาโท

สิ่งสำคัญที่สุดในการออมเงินวิธีนี้ คือ ต้องมีวินัยในการลงทุน ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการวางแผนการลงทุนอัตโนมัติ (Auto Investment Plan) ที่ระบบจะอำนวยความสะดวกในการตัดเงินจากบัญชี ไปลงทุนในกองทุน ตามจำนวนเงิน และวันที่สามารถกำหนดได้เอง

ขั้นที่ 4 ประกันอนาคตลูกด้วยการทำประกัน

อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ถึงแม้จะมีการวางแผนออมเงินเพื่อการศึกษาลูกไว้แล้ว แต่ว่าเงินที่จะนำไปออมมาจากรายได้ในการทำงาน ซึ่งถ้าหากพ่อแม่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ก็จะขาดรายได้ที่จะนำมาใช้ในการออมเงิน ทำให้แผนการศึกษาของลูกสะดุดกลางคัน ดังนั้นการทำการประกันชีวิตจะช่วยลดความเสี่ยง โดยเลือกทำประกันอนาคตลูก ที่มีทุนประกันเท่ากับค่าเทอมของลูก และเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมการยกเว้นการชำระเบี้ย หากผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ โดยที่บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้ชำระเบี้ยให้แทน ทำให้ไม่เป็นภาระกับลูก และลูกก็ยังได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์หลักเท่าเดิม

การวางแผนการศึกษา จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่พ่อแม่ควรเริ่มการวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่าลูกของท่านจะมีอนาคตทางการศึกษาที่ดีตามที่คุณวางแผนไว้

8 ข้อควรรู้ ก่อนทำประกันชีวิต

8 ข้อควรรู้ ก่อนทำประกันชีวิต

1. กำหนดค่าคุ้มครองที่คุณต้องการ

ควรที่จะคิดถึงความต้องการที่คุณจำเป็นจะต้องใช้ประกันชีวิตมากเท่าไหร่ มันดีเสมอถ้ามีความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่พิจารณาถึงข้อเสนอที่ดีและมีเหตุผล

ลองคิดถึงภาระหน้าที่และการเงินของตัวคุณ รวมไปถึงครอบครัวด้วย และควรทำกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ครอบคลุมเงินเดือนประจำปีของคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี ถ้าคุณมีลูกที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู

2. ตรวจเช็คสุขภาพของคุณให้ดีก่อนทำประกัน

เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรที่จะตรวจเช็คร่างกายก่อนที่จะลงมือทำกรมธรรม์ประกันชีวิต เพราะถ้าคุณมีสุขภาพที่

ไม่ค่อยดีคุณอาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และอาจจะถูกริดรอนสิทธิอะไรได้ เช่นถูกลดดอกเบี้ยประกันเป็นต้น

3. รู้จักการเปรียบเทียบ

เป็นวิธีที่เหมือนเป็นสิ่งสามัญที่สุดในการซื้ออะไรซักอย่างเช่น ซื้อรถ หรือ บ้าน การเปรียบเทียบประกันชีวิตของอีกที่กับอีกที่เป็นสิ่งที่ดี

เพราะเราจะได้หาบริษัทประกันที่เหมาะสมกับชีวิตของเราได้ อีกทั้งยังหาผลประโยชน์ที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเองได้อีกด้วย

4. อ่านข้อตงลงและสัญญาให้ถี่ถ้วน

เพราะมันอาจจะมีการซ่อนค่าใช้จ่ายในการปรับขั้นอัตราดอกเบี้ยประกันภัยแฝงอยู่ โดยที่ทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน

5. ตามให้ทันนโยบายของบริษัท

ต้องแน่ใจว่าผลประโยชน์และนโยบายของบริษัทประกันชีวิตนั้นๆ ยังตรงกับความต้องการของคุณรึเปล่า

มันไม่ผิดถ้าคุณจะซื้อประกันเพิ่ม เมื่อคุณซื้อรถหรือบ้านหลังใหม่ หรือคุณแต่งงาน แต่ควรที่จะใช้ประกันที่ครอบคลุมที่สุด

6. อย่าพลาดในการชำระเงิน

ในทางที่ดีเราไม่ควรที่จะพลาดการชำระเงินค่าประกันเลยซักครั้งเพื่อประวัติที่ดี เพราะในบางครั้งการพลาดการชำระเงินเพียงครั้งเดียว

เพราะคุณอาจจะต้องเสียดอกเบี้ย ซึ่งมันไม่คุ้มค่า

7. ทำประกันเมื่อคุณยังมีอายุที่ไม่มาก

ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อคุณอายุน้อยกว่าและจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อไปทำประกันเมื่อมีอายุมากขึ้น และอาจจะต้องเสียเงินมากขึ้น

8. ศึกษาข้อมูล

ถ้าคุณจ่ายเงินทุกๆเดือนให้กับบริษัทประกันแล้ว เราก็สามารถที่จะเข้าไปขอข้อมูลได้ ว่าคุณต้องการอะไรซึ่งมันจะทำให้คุณประเมินสถานการณ์ของคุณเองได้

ว่าคุณต้องการประกันแบบไหนเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคุณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางประกันจะสามารถให้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้กับคุณได้

ข้อควรรู้ ก่อนที่คุณจะเลือกทำประกันชีวิตซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกของการออม และยังได้การประกันที่ดูแลคุณตลอดชีวิต ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ